ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียน

ปรัชญาของโรงเรียน

การศึกษาเป็นหนทางแห่งการพัฒนา สร้างคนให้มีคุณภาพ อันจะนำมาซึ่งความเจริญ
แก่ตนเองและประเทศชาติ ปณิธานจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพ
รู้เท่าทันสังคม และดำรงชีวิตได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อัตลักษณ์ของโรงเรียน

         มีภาวะผู้นำ มีทักษะอาชีพ เก่งดิจิทัล มีจิตสาธารณะ

เอกลักษณ์ของโรงเรียน

“โรงเรียนเสริมสร้างสัมมาชีพ”

โรงเรียนเสริมสร้างสัมมาชีพ หมายถึง เป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ 
ทักษะด้านอาชีพ

วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นสถาณศึกษาตามรอยศาสตร์พระราชา มุ่งพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ

พันธกิจ (Mission)

  1. ประกันสิทธิและโอกาสทางการศึกษา
  2. ประกันคุณภาพการศึกษา
  3. ประกันมาตรฐานวิชาชีพ
  4. ประกันประสิทธิภาพการบริหาร

         จัดตั้งและเปิดทำการสอนเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ มร.โรเบิร์ต  เอมวูลฟ์ ชาวอเมริกันได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และได้มาเที่ยวเมืองเชียงใหม่หลังจากได้ศึกษาปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับคนพิการทุพพลภาพแล้ว ได้แนะนำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนจากโรงพยาบาลเมคเคน ว่าควรจะตั้งหมู่บ้านขึ้นสำหรับพวกเขาเอง มร.เอมวูลฟ์ เสียสละทุนทรัพย์ส่วนตัว ซื้อที่ดินจำนวน ๔ ไร่ จัดตั้งเป็นหมู่บ้าน “ไตรสภาวคาม” ขึ้น และได้นำผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว จำนวน ๑๒ ครอบครัวเข้ามาอยู่อาศัย มร. เอมวูลฟ์ได้ดำเนินงานมาเป็นเวลา ๓ ปี จึงได้โอนกิจการให้กับมูลนิธิชีวิตใหม่ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบราชชนนี ต่อมาได้มีสมาชิกใหม่อพยพเข้ามา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเด็กที่เป็นบุตรหลานของสมาชิกใหม่ที่อพยพเข้ามาอาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเด็กๆ ประสบปัญหาการไม่รู้หนังสือทางคณะกรรมการหมู่บ้านจึงได้จัดสถานที่ให้เด็กได้รับการศึกษาเบื้องต้น โดยสมาชิกในหมู่บ้านร่วมกันสร้างกระท่อมเล็กๆ เป็นที่เรียนหนังสือให้แก่เด็กและได้ว่าจ้างครู ๑ คนมาช่วยสอนหนังสือจำนวนเด็กเพิ่มมากขึ้นคณะกรรมการหมู่บ้านเห็นความจำเป็นที่จะให้มีโรงเรียน เพื่อที่จะให้เป็นสถานที่อบรมสั่งสอนให้วิชาความรู้แก่เด็กจึงได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกช่วยกันเสียสละแรงงานและจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท พลตรีเจ้าราชบุตรบริจาคสมทบอีกจำนวน ๒,๐๐๐ บาท ผู้จัดการโรงเลื่อยทวีพรรณให้ไม้มูลค่า ๒,๐๐๐ บาท และผู้บริจาครายย่อยอีก ๑,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ คณะกรรมการและศรัทธาอำเภอเชียงดาวได้ร่วมบำเพ็ญกุศลทอดกฐินที่วัดอินทรารามได้เงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ท่านเจ้าอาวาสได้กรุณามอบเงินจำนวนนี้สมทบทุนสร้างอาคาร รวมเงินที่ได้รับบริจาคสร้างอาคารเรียนทั้งสิ้น ๒๗,๐๐๐ บาท

         ซึ่งในขณะนั้น โรงเรียนยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ถูกต้องตามกฎหมาย ได้เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ป.๑ ถึงชั้น ป.๔ มีจำนวนนักเรียน ๔๔ คน ครู ๒ คน ซึ่งเป็นเพียงสถานที่รับเลี้ยงและอบรมเด็กเท่านั้น ในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ มูลนิธิชีวิตฯ ได้แต่งตั้งให้ นายสุวรรณ อันประเสริฐ ติดตามเรื่องเสนอขออนุญาตต่อทางการ จัดตั้งเป็นโรงเรียนราษฏร์ แต่เนื่องจากตราสารการจัดตั้งของมูลนิธิชีวิตใหม่ฯ ไม่ได้กำหนดจุดประสงค์ที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนจึงไม่อาจดำเนินเรื่องขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนได้จึงจำเป็นต้องแก้ตราสารเสียก่อน

         ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ คุณเฉลียว   รัตนาพต และคณะได้ร่วมบริจาคเงินสร้างอาคารเรียนแบบ ป.๑ก ( ตึก ) ชั้นเดียว ๓ ห้องเรียน จำนวนเงิน ๑๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อถวายแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์อุปถัมภ์มูลนิธิชีวิตใหม่ฯ เนื่องในวันราชสมภพในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๖

          ทรงพระราชทานชื่อ อาคารจันทร์ เคียงศิริ อนุสรณ  และทรงเสด็จเปิดป้ายอาคารเรียน
“จันทร์  เคียงศิริ” เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๑๘ เนื่องจากมูลนิธิฯ มีเงินทุนจำกัดและขาดกำลังบุคลากรซึ่งเป็นอุปสรรคในการดำเนิน งานของโรงเรียนให้ดีมีมาตรฐาน จึงได้เสนอเรื่องให้กรมสามัญศึกษารับโอนโรงเรียนหมู่บ้านไตรสภาวคามให้เข้าเป็นโรงเรียนรัฐบาล เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน  ๒๕๑๖ เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดกองการศึกษาพิเศษ กรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการ โดยรับนักเรียนประเภทไป – กลับ ซึ่งเป็นแบบสหศึกษา ชาย – หญิง ภายในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย

          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามกุฏราชกุมาร เสด็จมาตรวจเยี่ยมโรงเรียน
จำนวน ๓ ครั้ง คือ พ.ศ.๒๕๓๖, พ.ศ.๒๕๓๘ และ พ.ศ.๒๕๓๙ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ โรงเรียนได้รับอนุมัติให้รับนักเรียนโครงการพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง เข้าเรียนเป็นนักเรียนประจำและในปีต่อมาได้รับอนุมัติเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยรับนักเรียนจากโครงการ หน่วยงานมูลนิธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาเนื่องจากมีปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติได้ หรือเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในลักษณะอื่นๆ  รวมทั้งนักเรียนที่กรมสามัญศึกษาให้รับไว้เป็นกรณีพิเศษ ในปัจจุบัน โรงเรียนได้เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖

About the Author